การใช้ฟลูออไรด์เสริม

การใช้ฟลูออไรด์เสริมเพื่อป้องกันฟันผุ


ฟลูออไรด์เสริม ควรให้ในเด็กอายุเท่าไร

ควรให้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน ถึงอายุประมาณ 12 ปี (ในขนาดความเข้มข้นต่างๆ กันออกไป ตามเงื่อนไข เช่น อายุ น้ำหนักเด็ก และปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำดื่ม)

กรณีใดบ้าง ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ฟลูออไรด์เสริม

กรณีที่ไม่มีฟันผุเลย และอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีฟลูออไรด์ในแหล่งน้ำดื่ม ในขนาดที่มีผลในการป้องกันฟันผุ (ประมาณ 0.7 ส่วนในล้านส่วน)

ฟลูออไรด์เสริม มีกี่รูปแบบ

ฟลูออไรด์เสริมที่ใช้ในการป้องกันฟันผุในเด็กเล็กในประเทศไทย จะมี 2 รูปแบบ คือ 1. ใช้กิน เช่น ยาเม็ด ยาน้ำ ฟลูออไรด์ชนิดหยด หรือในรูปแบบวิตามินผสมฟลูออไรด์ และ 2. ใช้เฉพาะที่ผิวฟัน ซึ่งจะมีทั้งแบบอมบ้วนปาก ทา หรือเคลือบตามระยะเวลา และใช้เป็นประจำวัน เช่น ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ รวมทั้งนมฟลูออไรด์ด้วย

ยาเม็ด ยาน้ำ ฟลูออไรด์

ฟลูออไรด์เสริมที่เป็นแบบกินในประเทศไทย มี 2 ชนิด ได้แก่ ฟลูออไรด์ชนิดเม็ด หรือชนิดน้ำ และวิตามินผสมฟลูออไรด์ แนะนำให้จ่ายฟลูออไรด์เสริม ในเด็กตั้งแต่อายุ 6 เดือน จนถึง 16 ปี ทั้งนี้ขนาดของฟลูออไรด์เสริม ที่ใช้ขึ้นกับปริมาณของฟลูออไรด์ ในน้ำดื่ม และอายุของเด็ก

ฟลูออไรด์ชนิดเคลือบ (Topical Fluoride Gel)

ฟลูออไรด์ชนิดเคลือบโดยทันตแพทย์ ไม่มีข้อกำหนดที่ชัดเจนว่า ควรเริ่ม และหยุดเคลือบฟลูออไรด์ เมื่ออายุเท่าใด แต่เนื่องจากเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี โอกาสกลืนฟลูออไรด์จากการเคลือบสูง ตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15-16 ปี ยกเว้นในกรณีที่เป็นกลุ่มที่มีระดับ ความเสี่ยงต่อโรคฟันผุสูง ซึ่งจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป

วิธีใช้ฟลูออไรด์ชนิดเคลือบที่มีลักษณะข้นเป็นเจล โดยใส่ฟลูออไรด์ในถาดที่ทำไว้เฉพาะ ให้สัมผัสกับฟันได้ทั่วถึง ประมาณ 4-5 นาที ซึ่งถาดใส่ฟลูออไรด์มีขนาดต่างๆ กัน เพื่อให้มีขนาดที่เหมาะกับปาก และฟันของเด็ก

กรณีที่สุขภาพฟัน และช่องปากให้เด็กบ้วนปากเป่าฟัน ให้แห้ง แล้วเคลือบฟลูออไรด์ได้เลย หรือให้เด็กแปรงฟันเอง โดยทันตแพทย์ช่วยแนะนำวิธีแปรงฟันที่ถูกต้องก่อนเคลือบฟลูออไรด์

การเคลือบฟลูอไรด์ โดยให้ฟลูออไรด์สัมผัสที่ผิวฟัน ใช้เวลานานประมาณ 4 นาที เมื่อเคลือบฟลูออไรด์เสร็จแล้ว จะมีการดูดฟลูออไรด์ที่เหลือออกให้มากที่สุด แล้วให้เด็กบ้วนเองจนหมด ทั้งนี้ ห้ามบ้วนน้ำ ดื่มน้ำ และกินอาหาร 30 นาที เพื่อให้มีการรับฟลูออไรด์ที่ผิวเคลือบฟัน มากที่สุด สำหรับเด็กที่ไม่สามารถเคลือบฟลูออไรด์โดยใช้ถาดได้ อาจใช้วิธีการทาฟลูออไรด์ชนิดเคลือบ แต่ต้องกันน้ำลาย และให้ฟลูออไรด์เปียกฟันตลอด 4 นาที

ข้อควรระวังในการใช้ฟลูออไรด์ชนิดเคลือบ

  1. การเป็นพิษเฉียบพลัน อาการที่พบ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้อง เป็นต้น แต่มีข้อสังเกตว่า จะต้องกลืนฟลูออไรด์ชนิดเคลือบไปเกือบทั้งหมด การรักษาแบบฉุกเฉิน ได้แก่ ให้ดื่มนมมากๆ เพื่อขลอการดูดซึม
  2. การเป็นพิษเรื้อรัง ปัจจุบันยังไม่มีรายงานวิจัย ที่แสดงให้เห็นว่า การเคลือบฟลูออไรด์มีความสัมพันธ์ หรือเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันตกกระ (Fluorosis)

ผงขัดฟันผสมฟลูออไรด์ (Fluoride-containing Prophylaxis Paste)

ผงขัดฟันผสมฟลูออไรด์มีฟลูออไรด์ 12,300 ส่วนในล้านส่วน ในขนาด 1 กรัม มีฟลูออไรด์ 12.3 มิลลิกรัม ผงขัดฟันจะใช้กรณี

  1. ใช้ขัดฟันเพื่อให้ทันตแพทย์ตรวจสุขภาพฟัน ได้อย่างชัดเจน เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
  2. ใช้ขัดฟันก่อนเคลือบฟลูออไรด์ กรณีมีคราบสี แผ่นคราบจิลินทรีย์ และหินปูน
  3. ใช้เมื่อเด็กมาทำฟันครั้งแรก เพื่อเตรียมเด็กให้คุ้นเคยกับการทำฟัน

ควรใช้ผงขัดฟันผสมฟลูออไรด์ปริมาณที่เหมาะสมในเด็กเล็ก ควรระวังไม่ให้เด็กกลืนผงขัดฟัน

ยังไม่มีรายงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า การขัดฟันด้วยผงขัดฟันผสมฟลูออไรด์ เพียงอย่างเดียว สามารถช่วยป้องกันฟันผุได้

น้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ (Fluoride Mouthrinse)

น้ำยาบ้วนปากที่วางขายในท้องตลาดโดยทั่วไป แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. ประเภทที่มีฟลูออไรด์ผสม เช่น Reach, Listerine ผสมฟลูออไรด์
  2. ประเภทที่ไม่มีฟลูออไรด์ผสม ได้แก่
    • น้ำยาบ้วนปากเพื่อลดเชื้อแบคทีเรีย เช่น Listerine (original)
    • น้ำยาบ้วนปากก่อนการแปรงฟัน เพื่อขจัดคราบอาหาร และแบคทีเรีย เช่น Colgate Plax
  3. น้ำยาบ้วนปากเพื่อลดอาการเสียวฟัน เช่น Emoform

เฉพาะประเภทที่มีฟลูออไรด์ผสมเท่านั้น ที่มีผลในการป้องกันฟันผุ น้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ สามารถลดอัตราการเกิดฟันผุได้ โดยผลของการป้องกันฟันผุ จะมีประสิทธิภาพสูงสุด ที่ด้านประชิดของฟัน

ข้อควรระวัง

  1. ไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี หรือในคนไข้พิการ ซึ่งไม่สามารถควบคุมการกลืนได้
  2. ในการใช้ทุกครั้ง ทันตแพทย์ควรอธิบายวิธีการใช้ น้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ให้กับผู้ป่วย และผู้ปกครองให้เข้าใจอย่างถูกต้อง
  3. การกลืนน้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ ในปริมาณมากฟ ในครั้งเดียว อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชึฃีวิต หากปริมาณฟลูออไรด์นั้น สูงถึงระดับอันตราย
  4. ยังไม่มีรายงานวิจัยที่แสดงว่า น้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ จะมีผลต่อการเกิดฟันตกกระ

ข้อควรระวัง หรืออันตรายจากการใช้ฟลูออไรด์

ฟลูออไรด์มีคุณสมบัติคล้ายสารอาหารอื่นๆ ถ้าได้รับในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ ของร่างกายก็จะเป็นประโยชน์ แต่ถ้าได้รับมากเกินไป ก็จะเกิดโทษต่อร่างกาย โทษของฟลูออไรด์ต่อร่างกาย พบได้ 2 ลักษณะคือ

  1. การเป็นพิษแบบเฉียบพลัน เกิดจากการได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณสูงมาก ในครั้งเดียว มีอาการตั้งแต่คลื่นไหส้อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หากได้รับปริมาณสูงมากๆ จะมีผลต่อระบบหัวใจ หรือเสียชีวิตได้
  2. การเป็นพิษแบบเรื้อรัง เกิดจากการได้รับฟลูออไรด์ในขนาดที่สูงกว่า ระดับที่เหมาะสม คือ 2-10 มิลิลกรัมต่อวัน อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี จะเกิดผลข้างเคียงต่อฟัน คือ ฟันมีสีขาวขุ่น จนถึงขั้นฟันตกกระ และมีผลต่อกระดูกด้วย แต่สำหรับนมฟลูออไรด์ จะมีขนาดฟลูออไรด์ที่เหมาะสม มีการควบคุมคุณภาพ และปริมาณฟลูออไรด์ จึงมีความปลอดภัยเพียงพอ ที่จะใช้ดื่มเป็นประจำ เพื่อป้องกันฟันผุ อย่างมีประสิทธิภาพ
About these ads

Posted on 30/06/2013, in Uncategorized. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: