มาเรียนรู้เรื่องฟลูออไรด์กันเถอะ…..

ฟลูออไรด์ คืออะไร

ฟลูออไรด์ โดยธรรมชาติเป็นเกลือของธาตุฟลูออรีน (Fluorine) สามารถพบได้ตามแหล่งต่างๆ เช่น ในดิน หินแร่ แหล่งน้ำ มีสีม่วงอ่อนปนขาว หรือสมัยหนึ่งเรียกว่า โป่งข่าม ประเทศไทยพบแถบภาคเหนือ และในอาหารบางชนิด ก็พบว่า มีฟลูออไรด์ โดนเฉพาะอาหารทะเล และในผักบางชนิด นอกจากนี้ ยังมีส่วนของเกลือฟลูออไรด์ และฟลูออไรด์ที่ผลิตขึ้น เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอื่น และฟลูออไรด์ที่ผลิตเพื่อป้องกันฟันผุ โดยอยู่ในรูปของยาเม็ด ยาน้ำ วิตามิน และน้ำยาอมบ้วนปาก เป็นต้น

ฟลูออไรด์ มีอยู่ในอาหารประเภทใดบ้าง

ร่างกายได้รับฟลูออไรด์ จากการกินอาหาร และดื่มน้ำ อาหารที่พบว่ามีฟลูออไรด์ในปริมาณสูง ได้แก่ กุยช่าย ใบชา ปลาทะเล มะละกอ แครอท กะหล่ำปลี นม และน้ำดื่มในบางพื้นที่

ฟลูออไรด์ มีประโยชน์อย่างไร

ฟลูออไรด์ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็ว ฟลูออไรด์ที่เข้าสู่ร่างกายส่วนใหญ่ จะนำไปใช้ในการสร้างกระดูก และฟัน ทางการแพทย์จึงใช้เป็นยารักษาโรคกระดูกผุ และโรคกระดูกอื่นๆ บางชนิด และทางทันตกรรม จะนำฟลูออไรด์ไปใช้ในการป้องกันโรคฟันผุ

ฟลูออไรด์ ป้องกันฟันผุได้อย่างไร

เนื่องจากฟลูออไรด์เป็นสารประกอบที่มีคุณค่า ในการเสริมสร้างให้ผิวเคลือบฟันแข็งแกร่ง ทนต่อการกัดกร่อนของกรดได้ดี และช่วยลดจำนวนจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดกรด ในช่องปากได้ ทันตแพทย์จึงนำมาใช้ในการป้องกันโรคฟันผุ ฟลูออไรด์มีผลในการป้องกันโรคฟันผุ ตั้งแต่ฟันกำลังสร้างตัว โดยการที่ฟลูออไรด์เข้าสู่ร่างกาย จากการกิน และการที่ฟลูออไรด์สัมผัสที่ผิวฟัน เมื่อฟันขึ้นในปากแล้ว ฟลูออไรด์มีกลไกป้องกันโรคฟันผุได้ 3 วิธี

  1. ฟลูออไรด์ช่วยชะลอการย่อยสลายของแร่ธาตุ และเสริมกระบวนการคืนกลับของแร่ธาตุบนผิวเคลือบฟัน ยังยั้งการผุของฟัน แต่การยับยั้งการผุของฟันด้วยฟลูออไรด์นั้น กระทำได้เฉพาะการผุที่ผิวเคลือบฟัน ระยะแรกๆ เท่านั้น หากมีการลุกลามเป็นรูผุชัดเจน จะต้องทำการรักษา โดยการอุดฟัน
  2. ฟลูออไรด์จะช่วยเพิ่มความต้านทานต่อกรด ให้แก่เคลือบฟัน หากได้รับฟลูออไรด์โดยการกิน ในช่วงที่มีการสร้างฟัน จะทำให้ฟันผุยากขึ้น
  3. ฟลูออไรด์จะรบกวนการทำงานของเชื้อจุลินทรีย์ ขัดขวางการย่อยอาหาร ประเภทแป้งและน้ำตาล ลดการเกิดกรด ทำให้ลดโอกาสเกิดฟันผุได้
การได้รับฟลูออไรด์เสริมเพื่อป้องกันฟันผุที่เหมาะสม ควรเป็นวัยใด จะได้ผลดีที่สุด
ผู้สูงอายุ จำเป็นต้องงใช้ฟลูออไรด์ เพื่อป้องกันฟันผุหรือไม่

ฟลูออไรด์ มีความจำเป็นต่อร่างกาย คนทุกเพษ ทุกวัย แต่ในปริมาณต่างๆ กัน การพิจารณาให้ฟลูออไรด์เสริม เพื่อป้องกันฟันผุนั้น ในวัยเด็กเล็กจะเหมาะสม และได้ผลดีที่สุด เนื่องจากเด็กเล็กยังไม่สามารถแปรงฟันได้ดีนัก และลักษณะภายในของโครงสร้างฟันของเด็ก ยังสร้างตัวไม่เต็มที่ จึงมีโอกาสรับธาตุฟลูออไรด์ เข้าไปเสริมในโครงสร้างของฟันเพิ่มเติมได้ จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวฟันมาก สำหรับผู้สูงอายุ ฟลูออไรด์ก็มีผลต่อการป้องกันฟันผุ แต่น้อยกว่าในเด็ก เพราะในผู้สูงอายุ โครงสร้างของฟันสร้างตัวเต็มที่แล้ว จะรับธาตุฟลูออไรด์เข้าไปเพิ่ม ในโครงสร้างของฟันได้น้อยกว่าในเด็ก อย่างไรก็ตาม การใช้ฟลูออไรด์ในผู้สูงอายุ ก็ยังมีประโยชน์ ตรงที่ช่วยป้องกันการเกิดฟันผุ ที่จะเกิดขึ้นใหม่ได้ โดยเฉพาะการผุบริเวณรากฟัน ซึ่งพบมากในผู้สูงอายุ

ฟลูออไรด์มีผลต่อกระดูกหรือไม่ และคนในวัยใด ที่ฟลูออไรด์ไม่ส่งผลแก่กระดูกและฟัน หรือมีผลตลอด

ฟลูออไรด์ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะถูกดูดซึมไปสะสมที่ฟัน และกระดูกเสมอ และการดูดซึมจะมีทุกเพศทุกวัย ตามหลักวิชาการแล้ว ฟลูออไรด์ในขนาดที่ใช้ในการป้องกันฟันผุ จะไม่เป็นอันตราย และการใช้ฟลูออไรด์เสริมในผู้สูงอายุ ที่ไม่ได้รับฟลูออไรด์ หรือได้รับฟลูออไรด์น้อยกว่ามาตรฐาน ก็ทำให้ผิวฟันมีความแข็งแรงขึ้น ช่วยป้องกันการผุบริเวณรากฟันได้ด้วย

ในปัจจุบันนี้มีสิ่งทดแทนฟลูออไรด์ โดยมีผลรักษาฟันเช่นเดียวกันหรือไม่

ยังไม่มี

เคยได้ยินมาว่า ถ้าฟันได้รับฟลูออไรด์มากเกินไป จะเกิดการตกกระที่ฟัน ไม่ทราบว่าจริงหรือไม่

เป็นความจริง แต่ต้องเป็นการได้รับฟลูออไรด์ ตั้งแต่ฟันแท้ยังไม่ขึ้นในช่องปาก ในเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ฟันแท้กำลังสร้างตัว (ฟันแท้ซี่แรกขึ้นเมื่ออายุ 6 ปี) และได้รับในปริมาณ 2-10 มิลลิกรัมต่อวัน อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายๆ ปี จะเกิดผลข้างเคียงต่อฟัน คือ ฟันตกกระ และอาจมีผลเสียต่อกระดูกด้วย

วิธีดีที่สุดของการรับฟลูออไรด์ คืออะไร

การรับฟลูออไรด์ที่เหมาะสมในการป้องกันฟันผุ คือ ให้ได้ปริมาณฟลูออไรด์แต่น้อย แต่ได้อย่างสม่ำเสมอ (ปริมาณฟลูออไรด์ที่เหมาะสมเท่าใดนั้น ขึ้นกับอายุ ซึ่งเป็นผลมาจากอายุการสร้างฟัน การขึ้นของฟันโผล่พ้นเหงือก ปริมาณฟลูออไรด์ที่พบในแหล่งน้ำดื่มธรรมชาติ อีกทั้งลักษณะการเกิดฟันผุในเด็กแต่ละคน) ทั้งนี้ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดผลเสียข้างเคียง จากการได้รับฟลูออไรด์มากเกินไป และแม้ว่าการใช้ฟลูออไรด์จะเป็นที่ยอมรับ กันแพร่หลายทั่วโลกแล้วว่า มีผลช่วยป้องกันฟันผุ แต่ต้องมีความเข้าใจว่า ไม่ใช่เพียงได้รับฟลูออไรด์ในขนาด ปริมาณ และวิธีการที่เหมาะสมแล้ว จะป้องกันฟันผุได้ร้อยเปอร์เซนต์ เพราะยังมีปัจจัยอื่น อีกหลายประการที่มีผลต่อการเกิดฟันผุ

ทำไมต้องเติมฟลูออไรด์ในนมโรงเรียน

การให้ฟลูออไรด์เสริมทำได้หลายวิธี การเติมฟลูออไรด์ลงในนม เป็นวิธีหนึ่งที่สะดวก เพราะผ่านไปกับการดื่มนม ที่เป็นอาหารที่มีประโยชน์สูงต่อร่างกาย และเด็กเกือบทุกโรงเรียน จะดื่มนมเป็นประจำทุกวันเรียนอยู่แล้ว การเสริมฟลูออไรด์ลงในนม จะช่วยให้ได้ประโยชน์ในการป้องกันฟันผุเพิ่มเติม และเพียงพอ โดยไม่ต้องได้ฟลูออไรด์เสริมในรูปแบบอื่น สามารถเข้าถึงนักเรียนทุกคน จึงทำให้สะดวก และประหยัด สำหรับผู้ปกครอง

นมฟลูออไรด์ของสวนจิตรลดามีจำหน่ายที่ใด

นมฟลูออไรด์ที่ผลิตจากศูนย์รวมนม โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา มีการผลิตโดยได้รับอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) โดยถูกต้อง มีเฉพาะในโรงเรียน ที่เข้าร่วมโครงการนมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุในประเทศไทยเท่านั้น และไม่มีวางจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด ทั้งนี้เพื่อให้มีคุณภาพ และความปลอดภัย ได้มาตรฐาน โดยกำหนดเงื่อนไข และข้อเสนอแนะการดื่มนมฟลูออไรด์ ก่อนที่จะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีของนมฟลูออไรด์ต่อไป

ฟลูออไรด์สามารถรวมกับนมได้หรือไม่ เคยได้ยินว่า ไม่ควรใช้ฟลูออไรด์พร้อมกับนม และได้ผลในการป้องกันฟันผุหรือไม่

ฟลูออไรด์สามารถรวมกับนมได้ โดยเฉพาะในขนาดที่ใช้ในการป้องกันฟันผุ ก็จะรวมกับนมได้โดยไม่มีปัญหา แต่ก็จะมีผลต่อการดูดซึมฟลูออไรด์ เข้าสู่ร่างกายน้อยลงกว่าปกติบ้างเล็กน้อย

นมฟลูออไรด์มีปริมาณฟลูออไรด์เสริม ในขนาดที่ใช้เพื่อป้องกันฟันผุ โดยเฉพาะผลที่ชัดเจนกับฟัน ซี่ที่ขึ้นในช่องปากแล้ว

นมฟลูออไรด์มีรสชาติ กลิ่น สี เปลี่ยนไปจากนมธรรมดาหรือไม่ และราคาเพิ่มหรือไม่

นมที่มีการเติมฟลูออไรด์จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง คุณภาพของนม โดยรสชาติ กลิ่น และสีคงเดิม เนื่องจากฟลูออไรด์เป็นสารที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส อีกทั้งนมที่ผลิตจากศูนย์รวมนม โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ยังจำหน่ายในราคาเดิม ไม่มีการเพิ่มราคา

ฟลูออไรด์ควรเริ่มใช้กับเด็กวัยกี่ขวบ จึงจะเหมาะสมที่สุด เพื่อป้องกันฟันผุ

องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า นมฟลูออไรด์จะให้ในเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป ในพื้นที่ที่มีฟลูออไรด์ในแหล่งน้ำ ไม่เกิน 0.3 ส่วนต่อล้านส่วน และควรระวังการกลืนยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์ เพราะอาจจะทำให้ได้รับฟลูออไรด์มากเกินไป ซึ่งอาจเป็นผลทำให้ฟันมีสีขุ่นขาวได้

เด็กควรดื่มนมฟลูออไรด์จนถึงอายุเท่าไร

เด็กดื่มนมฟลูออไรด์เป็นประจำได้ ไม่จำกัดอายุ แต่อย่างน้อยควรจะถึง 12 ปี ในขนาดที่กำหนดให้เหมาะสมในแต่ละวัย

จะต้องใช้เวลาในการดื่มนมฟลูออไรด์นานซักเท่าไร จึงจะมีผลเห็นชัดเจน และจะมีอะไรเป็นการยืนยันว่าได้ผลดี

แนะนำให้เด็กดื่มนมฟลูออไรด์อย่างต่อเนื่องทุกวันเรียน ตั้งแต่ 3 ขวบ ถึง 12 ปี ซึ่งเป็นระยะที่ฟันหน้าที่เป็นฟันแท้ สร้างตัวเสร็จแล้ว และฟันแท้กำลังขึ้นใหม่ (ฟันแท้ซี่แรกจะขึ้นในช่องปาก เมื่ออายุประมาณ 6 ขวบ) เป็นระยะที่เด็กอยู่ในวัยกินจุบกินจิบ ชอบขนมหวาน มักแปรงฟันได้ไม่ดีนัก ก็จะได้ประโยชน์มาก และให้ผลดีในการป้องกันฟันผุ

จากการดำเนินงานโครงการนี้ในประเทศอื่นๆ หลังจากดื่มนมฟลูออไรด์ 3 ปี เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมฟลูออไรด์ พบว่า มีอัตราการเกิดโรคฟันผุลดต่ำลง ทั้งในฟันแท้และฟันน้ำนม อย่างไรก็ตาม ในการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบว่า เด็กที่ดื่มนมฟลูออไรด์ในระยะ 6 เดือน ถึง 1 ปี จะมีระดับฟลูออไรด์ในผิวเคลือบฟัน สูงกว่าในเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมฟลูออไรด์ แสดงว่า ผลในการป้องกันฟันผุได้เกิดขึ้นแล้ว

เราจะทราบได้อย่างไรว่า ได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณที่เพียงพอแล้ว

วิธีที่สะดวก และเป็นที่ยอมรับทางวิชาการ คือ การตรวจปริมาณฟลูออไรด์ที่ขับออกทางปัสสาวะ นำมาคำนวณหาปริมาณฟลูออไรด์ ที่ได้รับต่อวัน ซึ่งในวัยต่างๆ กัน น้ำหนักตัวที่ต่างกันนั้น ร่างกายจะมีความต้องการปริมาณฟลูออไรด์ที่เหมาะสม ต่างๆ กัน (ซึ่งในเด็กที่ดื่มนมฟลูออไรด์ ในโครงการนมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุในประเทศไทย จะมีการสุ่มตรวจฟลูออไรด์ที่ขับออกมาทางปัสสาวะ โดยเจ้าหน้าที่เป็นประจำอยู่แล้ว)

การได้รับฟลูออไรด์ส่วนใหญ่มาจากน้ำดื่ม ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่มีฟลูออไรด์ในแหล่งน้ำ อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ต่อการป้องกันฟันผุ ก็ไม่จำเป็นต้องได้รับฟลูออไรด์เสริม และถ้าอยู่ในพื้นที่มีมีฟลูออไรด์ในน้ำดื่มต่ำกว่ามาตรฐาน ก็ควรจะได้รับเสริม สำหรับกรุงเทพมหานคร มีระดับฟลูออไรด์ในน้ำประปาต่ำว่ามาตรฐาน (มีเพียง 0.3 ส่วนในล้านส่วน) และมีอัตราการเกิดโรคฟันผุในเด็กสูบงมาก ก็ควรจะได้รับฟลูออไรด์เสริม (ในปริมาณที่มีการแนะนำจากองค์การอนามัยโลก) โดยถ้าเด็กได้ดื่มนมฟลูออไรด์ และแปรงฟันด้วยยาสีฟัน ที่ผสมฟลูออไรด์เป็นประจำ ก็จะได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณที่เพียงพอแล้ว

เด็กควรจะได้รับฟลูออไรด์ปริมาณเท่าไรต่อวัน และในนมมีฟลูออไรด์ปริมาณเท่าไร

ปริมาณของฟลูออไรด์เสริมที่ควรได้รับในแต่ละวัน ถูกกำหนดโดยองค์การอนามัยโลก เป็น 0-1 มิลลิกรัมต่อวัน ทั้งนี้จะให้ฟลูออไรด์เสริมเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับอายุเด็ก ความเข้มข้นของฟลูออไรด์ในแหล่งน้ำดื่ม น้ำประปา โดยปริมาณฟลูออไรด์ที่เด็กได้รับ สำหรับนมสวยจิตรลดาเป็น 0.5 มิลลิกรัมต่อปริมาณนม 1 ถุง 200 มิลลิลิตร โดยเด็กนักเรียนจะได้ดื่มนมฟลูออไรด์วันละ 1 ถุง

การดื่มนมฟลูออไรด์เป็นบางวัน มีประโยชน์หรือไม่ต่อเด็ก เช่น ใน 1 สัปดาห์ดื่มเพียง 2 วัน จะช่วยรักษาและป้องกันฟันผุ ได้มากน้อยแค่ไหน และถ้าให้คุณค่ามากที่สุดต่อฟัน ควรดื่มอย่างไร

ในประเทศที่มีการดื่มนมฟลูออไรด์ พบว่า ถ้าดื่มนมฟลูออไรด์ 100 วันขึ้นไปต่อปี จะมีผลในการลดการเกิดฟันผุได้ แต่จะให้ผลลดการเกิดฟันผุน้อยกว่า คนที่ดื่มต่อเนื่องตลอดทั้งปี แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้รับเลย นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ซึ่งมีผลต่อการเกิดฟันผุ เช่น นิสัยการอินจุบจิบ การชอบกินอาหารแป้งและน้ำตาล การไม่ทำความสะอาดฟันให้ดี ก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุได้ แต่การดูแลอนามัยช่องปากที่ดี และการแปรงฟันโดยใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ ผสมเป็นประจำ ก็จะช่วยลดการเกิดฟันผุลงได้ด้วย

ถ้าเด็กดื่มนมฟลูออไรด์มากกว่า 1 ถุงต่อวัน จะเกิดโทษหรือไม่

เด็กอายุ 3-6 ขวบ ไม่ควรดื่มนมฟลูออไรด์เกิน 1 ถุงต่อวัน เพราะอาจจะทำให้ได้รับฟลูออไรด์มากเกินไป และอาจทำให้ฟันมีสีขาวขุ่นได้ เพราะยังมีฟันแท้บางซี่ ยังสร้างตัวไม่เต็มเสร็จสมบูรณ์ แต่ในเด็กอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป อาจจะดื่มได้ 2-3 ถุง โดยไม่เกิดผลเสียต่อฟัน เพราะฟันแท้สร้างตัวเสร็จ และมักจะขึ้นมาในช่องปากแล้ว โดยเฉพาะในฟันหน้า ซึ่งจะไม่มีปัญหาเรื่องความสวยงาม (ปริมาณฟลูออไรด์ที่ควรได้รับไม่เกิน 2.0 mg ต่อวัน)

ตามปกติเด็กจะได้ดื่มนมฟลูออไรด์ จากโรงเรียนวันละ 1 ถุง ซึ่งก็เพียงพอแล้วในการป้องกันฟันผุ (นมฟลูออไรด์ 1 ถุง จะมีฟลูออไรด์ 0.5 mg.)

ในกรณีที่ฟันเริ่มผุแล้วนมฟลูออไรด ์จะช่วยยับยั้งได้หรือไม่

การยับยั้งการผุ ในกรณีที่ฟันผุแล้ว ด้วยฟลูออไรด์นั้น กระทำได้เฉพาะ ในกรณีที่ผิวเคลือบฟัน เริ่มจะผุระยะแรกๆเท่านั้น ( ยังไม่มีรอยผุชัดเจน จะเป็นลักษณะสีขาวขุ่น เฉพาะตำแหน่ง ที่เริ่มมีการผุระยะแรก ) ซึ่ง ฟลูออไรด์จะช่วยดึงแร่ธาตุ เข้าไปสะสมทดแทน ก่อนที่ฟันจะผุเป็นรู หากมีการลุกลามเป็นรูผุแล้ว จะต้องทำการรักษาโดยการอุดฟัน

ถ้าเด็กๆดื่มนมที่โรงเรียนแล้ว จะดื่มนมอื่นได้ไหม

ดื่มนมอื่นๆได้ ไม่มีปัญหาใดๆ เพราะนมฟลูออไรด์ ที่อยู่ในโครงการ นมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ ในประเทศไทย ไม่ได้มีขายทั่วไป

นมในท้องตลาดทั่วไป จะไม่มีฟลูออไรด์ หรือมีในปริมาณน้อยมาก และไม่มีผลในการป้องกันฟันผุ แต่เพื่อความแน่ใจ ให้อ่านฉลากข้างกล่อง เพื่อดูปริมาณฟลูออไรด์ ว่ามีเท่าใด ( เพราะการเติมฟลูออไรด์ ในนมต้องมีการ ขออนุญาตจาก อ.ย.) หรือถ้ามีข้อสงสัย ให้สอบถามได้จาก โครงการนมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม แนะนำให้เลือกดื่มนม ที่ไม่มีการปรุงแต่งรสด้วยนํ้าตาล เพราะนํ้าตาลอาจเพิ่ม ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุได้

เด็กที่ดื่มนมฟลูออไรด์ ที่โรงเรียนจะมีความปลอดภัย จากการได้รับฟลูออไรด์ มากเกินไปหรือไม่

มีความปลอดภัยสูง เพราะฟลูออไรด์ที่เสริมในนม มีปริมาณที่เหมาะสม ในการป้องกันฟันผุ จึงมั่นใจได้ว่า ไม่เป็นอันตรายอย่างแน่นอน นอกจากนี้ผู้ปกครอง จะได้รับทราบ หากเด็กได้รับ ฟลูออไรด์มากเกินไป เพราะมีการสุ่มตรวจ ปริมาณฟลูออไรด์ ในปัสสาวะเด็กเป็นระยะๆ และมีการตรวจสุขภาพ ในช่องปากโดยทันตแพทย์เป็นประจำ ซึ่งถ้าดื่มนมฟลูออไรด์ ก็ไม่จำเป็นต้องได้รับ ฟลูออไรด์เสริม โดยการกินทางอื่นๆอีก แต่ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ แปรงฟันได้ตามปกติ

นมฟลูออไรด์ ในโครงการนมฟลูออไรด ์ป้องกันฟันผุ ในประเทศไทย มีการควบคุมความปลอดภัย ในการผลิตอย่างไร

นมฟลูออไรด์ในโครงการฯ ผลิตที่ศูนย์รวมนม ในโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา มีการตรวจวัด ปริมาณฟลูออไรด์ ให้ได้มาตรฐานทุกครั้ง ที่ผลิตในห้องปฏิบัติการ ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย โดยเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญงาน ตามเทคนิคที่องค์การอนามัยโลกกำหนด นอกจากนี้ยังมีการสุ่มตัวอย่าง เพื่อตรวจวัดระดับ ฟลูออไรด์ในนม เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพยิ่งขึ้น ไปอีกเป็นระยะๆ โดยกองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และคณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นมฟลูออไรด์สวนจิตรลดา มีการเติมฟลูออไรด์ในปริมาณเท่าไร

เติมฟลูออไรด์ลงในนม ให้ได้ปริมาณฟลูออไรด์ 0.5 mg. ต่อถุงนมขนาด 200 มิลลิลิตร ตามขนาดมาตรฐาน ที่องค์การอนามัยโลก แนะนำสำหรับ เด็กอายุ 3 – 6 ขวบ

ถ้าได้รับฟลูออไรด์มาก จะมีผลกับฟันอย่างไรบ้าง และปริมาณเท่าใด จึงจะถือว่าพอดี

ถ้าได้รับมากไป ในขณะที่ฟันกำลังสร้างตัว จะทำให้ฟันมีสีขุ่นขาว ตั้งแต่สังเกตได้ยาก จนเห็นได้ชัดเจน เป็นสีนํ้าตาล บนผิวฟัน ที่เรียกว่าฟันตกกระ แต่ในขนาดที่องค์การอนามัยโลกกำหนด จะปลอดภัย และยังไม่มีรายงาน จากการดำเนินการ ในประเทศใดเลย ที่มีอันตรายถึงฟันตกกระ แต่การเกิดฟันขุ่นขาว ในระดับที่สังเกตได้มักจะเกิดจากการ ได้รับฟลูออไรด์มากเกินไป โดยไม่ได้ตั้งใจ เช่นจากการกลืนกินยาสีฟัน ที่ผสมฟลูออไรด์ในเด็กเล็ก มากกว่า จะได้จากการเสริม ในระดับชุมชน เช่น ยาเม็ดฟลูออไรด์ หรือนมฟลูออไรด์ และส่วนใหญ่จะพบได้ในชุมชน ที่แหล่งนํ้าดื่มในธรรมชาติ มีฟลูออไรด์สูงกว่ามาตรฐาน โดยอยู่อาศัยตั่งแต่เกิดเป็นช่วงเวลานาน

เด็กที่ได้รับการเคลือบฟันด้วยฟลูออไรด์ จากทันตแพทย์โดยที่ผู้ปกครอง ทราบหรือไม่ทราบว่าหมอเคลือบให้แล้ว ถ้าเด็กดื่มนมฟลูออไรด์ด้วย จะเกิดผลเสียหรือไม่

การเคลือบฟันด้วยฟลูออไรด์ จะเป็นการเสริมเฉพาะที่ ไม่ใช่การกิน จึงไม่ใช่ข้อห้ามและไม่เป็นอันตรายใดๆ สำหรับเด็กที่ดื่มนมฟลูออไรด์ด้วย แต่ไม่มีความจำเป็น และเป็นการสิ้นเปลือง เพราะระดับฟลูออไรด์ จากนมฟลูออไรด์ พอเหมาะแล้ว ในการป้องกันฟันผุ อีกทั้งการแปรงฟัน ด้วยยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์ ทุกวัน เช้า – เย็น ก็เป็นการเคลือบฟลูออไรด์แบบหนึ่ง โดยควรแปรงฟันให้นาน 2 นาที ในแต่ละครั้ง ร่วมกับการดื่มนมฟลูออไรด์ ในแต่ละวัน ซึ่งทำให้มีฟลูออไรด์ ในช่องปากในระดับ ที่มีผลป้องกันฟันผุ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับ ฟลูออไรด์เสริมในรูปแบบอื่น ยกเว้นเด็กบางคนที่พบฟันผุมาก อาจพิจารณาให้ได้รับ ฟลูออไรด์เพิ่มจากปกติ เพื่อให้ประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุสูงขึ้น ซึ่งทันตแพทย์จะแนะนำเฉพาะรายๆไป

กินฟลูออไรด์ แล้วฟันนํ้านมดีเกินไป ไม่หลุด ทำให้ฟันแท้ขึ้นมาเกหรือไม่

โดยปกติ เมื่อถึงเวลาฟันแท้จะขึ้น ฟันแท้จะดันรากฟันนํ้านม ให้เกิดการละลายตัว โยกหลุดออก และฟันแท้จะขึ้นมาแทนที่ การที่ฟันแท้ขึ้นมา โดยฟันนํ้านมไม่หลุด เป็นเพราะหน่อฟันแท้ อยู่ผิดตำแหน่ง และเป็นกรณีที่สามารถพบได้ทั่วไป แม้จะไม่ได้รับฟลูออไรด์เลย ฟันนํ้านมที่แข็งแรงดี ไม่ผุ จึงไม่ใช่สาเหตุของฟันเก และฟันนํ้านมที่ดี ยังมีความสำคัญ ในการช่วยให้ฟันแท้ขึ้นมา ได้เป็นระเบียบอีกด้วย

ผลของนมฟลูออไรด์ จะมียาวนานแค่ไหน และมีผลสะสมหรือไม่

หลักของนมฟลูออไรด์ จะเหมือนฟลูออไรด์เสริม ในรูปแบบอื่น คือจะให้ผลดีหากได้รับปริมาณน้อยๆ ที่เหมาะสม สมําเสมอ ตั้งแต่เด็กต่อเนื่องจนโตเป็นผู้ใหญ่ เพราะฟลูออไรด์ที่ได้รับในแต่ละวัน ในขนาดที่เหมาะสมนั้น จะไม่สะสมจนเกิดอันตราย เพราะโดยปกติแล้ว ร่างกายจะขับฟลูออไรด์ส่วนเกิน ออกทางปัสสาวะทุกวัน

จะทราบได้อย่างไรว่า โครงการนมฟลูออไรด์นี้ ได้ผลในการลดโรคฟันผุ

เป็นที่ทราบกันดี และยอมรับกันแล้วทั่วโลกว่า ฟลูออไรด์สามารถ ป้องกันฟันผุ การเติมฟลูออไรด์ในนม จะเป็นวิธีหนึ่งที่หลายประเทศ ได้ดำเนินการได้ผลมาแล้ว ภายใต้การสนับสนุนของ องค์การอนามัยโลก ได้แก่ บัลแกเรีย, จีน, รัสเซีย, อังกฤษ สำหรับในประเทศไทย ก็จะมีการประเมินผล ในการ ป้องกันโรคฟันผุ จากการตรวจสุขภาพ ช่องปากของเด็กนักเรียนเป็นระยะทุกปี และเก็บข้อมูลความต่อเนื่อง ในการดื่มนมฟลูออไรด์ของนักเรียนด้วย

ผู้ปกครองบางท่าน ไม่ยอมให้ลูกดื่มนม ฟลูออไรด์ จะมีวิธีการแนะนำอย่างไร

ผู้ปกครองควรได้รับการชี้แนะ และให้ความรู้ในเรื่องประโยชน์ และประสิทธิผลของการใช้ฟลูออไรด์ ในการป้องกันฟันผุด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งการดื่มนมฟลูออไรด์ ตลอดจนโทษของการได้รับฟลูออไรด์ มากเกินความจำเป็น ให้ความสำคัญของการได้รับฟลูออไรด์ในเด็ก ว่าต้องอยู่ในความควบคุม ของผู้ให้และผู้ปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรชี้แจงให้ละเอียด ถึงประโยชน์ของการดื่มนมฟลูออไรด์ ต่อสุขภาพร่างกาย และสุขภาพฟันร่วมไปด้วยกัน ถ้าผู้ปกครองเห็นประโยชน์ ก็จะเป็นสิทธิที่จะเลือก ให้ลูกดื่มนมฟลูออไรด์ เพื่อสุภาพของลูกหรือไม่ ่โดยให้เน้นการมีส่วนร่วม ในการตัดสินใจของผู้ปกครองด้วย เพื่อจะเป็นประโยชน์ ์ในการดื่มนมฟลูออไรด์ต่อเนื่องในระยะยาว

นมฟลูออไรด์เมื่อได้มาแล้ว ดื่มในวันรุ่งขึ้น (เก็บใส่ตู้เย็น) จะส่งผลต่อคุณภาพฟลูออไรด์หรือไม่

ให้พิจารณา จากวันหมดอายุของนม นมฟลูออไรด์ที่ผลิตจากศูนย์รวมนม โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรดา เป็นนมพาสเจอร์ไรส์เก็บได้ 3 – 4 วัน โดยคงคุณภาพเดิม ในตู้เย็นที่อุณหภูมิประมาณ 4 C ทั้งนี้ ฟลูออไรด์จะไม่เสียคุณภาพ แต่ถ้านมหมดอายุก็จะบูดเสียได้ โดยเฉพาะถ้าเก็บไม่เหมาะสม เช่นไม่เก็บไว้ในตู้เย็น ทิ้งในที่ร้อนๆ หรือโดนแสงแดดเป็นต้น

ควรกินฟลูออไรด์ช่วงเวลาใดจะดีที่สุด

ในขณะที่ดื่มนมฟลูออไรด์ ไม่ควรกินอาหารหรือดื่มนํ้าร่วมด้วย เพราะการกินอาหารหรือนํ้า จะไปชะฟลูออไรด์ที่ผิวฟันออกทันที ทำให้ผลของฟลูออไรด์ลดลง แนะนำว่านมฟลูออไรด์โรงเรียน ควรกินในช่วงอาหารว่างเช้า อย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงก่อนอาหารมื้อกลางวัน

หลังดื่มนมฟลูออไรด์แล้ว ควรบ้วนปากแปรงฟันหรือไม่

ไม่ควรบ้วนปาก หรือแปรงฟัน อย่างน้อย 30 นาที หลังดื่มนมฟลูออไรด์ เพื่อให้ฟลูออไรด์มีผลเต็มที่ จากการที่ฟลูออไรด์สัมผัสผิวฟัน แต่ควรแปรงฟันหลังมื้ออาหารกลางวันตามปกติ

นมอัดเม็ดมีฟลูออไรด์ผสมหรือไม่

ไม่มีการเติมฟลูออไรด์ในนมอัดเม็ด

เด็กอายุเท่าไร จึงสามารถดื่มนมฟลูออไรด์พาสเจอร์ไรด์ได้

ไม่ควรจะน้อยกว่า 3 ปี เพราะในเด็กเล็กจะใช้นมเฉพาะ ซึ่งมีการเสริมสารอาหารบางชนิดเพิ่ม ตามที่เด็กในวัยนี้ต้องการ ซึ่งไม่มีในนมพาสเจอร์ไรส์

นํ้าประปาในกรุงเทพฯ มีปริมาณฟลูออไรด์เพียงพอที่จะดื่มเพื่อป้องกันฟันผุหรือไม่

นํ้าประปาในกรุงเทพฯ ขณะนี้ มีปริมาณฟลูออไรด์ ไม่ถึงระดับที่ป้องกันฟันผุได้ โดยมีระดับฟลูออไรด์ในนํ้าประปา ตํ่ากว่ามาตรฐาน ในการใช้ดื่มเพื่อป้องกันฟันผุ หรือนำมาผลิตนํ้าดื่มคือมีเพียง 0.3 ส่วนในล้านส่วน

ทำไมไม่เติมฟลูออไรด์ลงในนํ้าประปา เหมือนบางประเทศที่มีการใช้ ประปาฟลูออไรด์ในการป้องกันฟันผุ

ในประเทศไทย ขณะนี้มีการเติมฟลูออไรด์ในนํ้าประปา 2 จังหวัด คือ ที่จังหวัดนครนายกและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพราะเป็นจังหวัดขนาดเล็ก การประปามีความพร้อม และสามารถควบคุมคุณภาพได้ และอยู่ในระหว่างการประเมินผลโครงการฯ การเติมฟลูออไรด์ในนํ้าประปา ต้องมีการศึกษาถึงความเหมาะสม และเป็นไปได้ในพื้นที่โดยละเอียด ก่อนพิจารณาดำเนินการ ทั้งในเรื่องงบประมาณ ความคุ้มทุน การบริหารจัดการ อีกทั้งพฤติกรรมการบริโภคนํ้าของประชาชน

ในเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่นโรคลิ้นหัวใจรั่ว ซึ่งเด็กพบแพทย์เป็นประจำอยู่แล้ว การให้เด็กดื่มนมฟลูออไรด์อีก จะมีผลต่อการป่วยหรือไม่

ไม่มีผลเสียใดๆ ยกเว้นผู้ป่วยที่เป็นโรคไต ที่ต้องห้ามกินนมฟลูออไรด์ใดๆ เพราะผู้ป่วยโรคไตมีปัญหา ในการดูดซึมและขับถ่ายเกลือแร่ ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้

อาหารบางชนิดที่กินในแต่ละวัน ถ้าพบว่ามีฟลูออไรด์สูง จะมีผลเสียต่อเด็กที่ดื่มนมฟลูออไรด์อย่างไร

อาหารบางชนิดที่พบว่า มีฟลูออไรด์สูง แต่เมื่อศึกษาดูขนาดที่ได้รับแม้จะกินทั้ง 3 มื้ออาหารต่อวัน ก็ยังจัดว่าได้ฟลูออไรด์น้อย และการดูดซึมฟลูออไรด์จากอาหารก็ไม่มากนัก ดังนั้นจะไม่มีผลเสียต่อเด็กที่ดื่มนมฟลูออไรด์ และฟลูออไรด์ที่ร่างกายได้รับจากอาหาร จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต นำไปเก็บสะสมไว้ที่กระดูกและฟัน โดยฟลูออไรด์ส่วนที่มากเกินความต้องการ ก็จะถูกขับออกทางอุจจาระ และปัสสาวะ

การกินฟลูออไรด์ เสริมต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ จะเป็นอันตรายหรือไม่

การได้รับฟลูออไรด์เสริม ในขนาดที่เหมาะสมต่อเนื่องไปนานๆ ไม่มีอันตรายใดๆ ไม่สัมพันธ์กับการเกิดโรคทางระบบ เช่น โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ ตลอดจน Down,s syndrome และไม่มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งทุกชนิด

นมฟลูออไรด์ ผู้ใหญ่ดื่มได้หรือไม่

ดื่มได้ทุกเพศทุกวัย โดยไม่มีผลเสียใดๆ ได้ประโยชน์จากคุณค่าของนม และฟลูออไรด์ ก็จะช่วยป้องกันฟันผุด้วย

ควรให้ฟลูออไรด์เสริมในสตรีมีครรภ์หรือไม่

ไม่จำเป็น ในขณะนี้ยังไม่มีผลงานวิชาการใด ที่สรุบชัดเจนถึงประโยชน์ของฟลูออไรด์ ในการป้องกันฟันผุ และผลเสียต่อสตรีมีครรภ์และเด็ก

เด็กคนอื่นๆ นอกโครงการเช่นเด็กในต่างจังหวัด จะมีโอกาสได้ดื่มนมฟลูออไรด์หรือไม่

เมื่อดำเนินโครงการไประยะหนึ่ง ก็จะมีการประเมินถึงประโยชน์ และความคุ้มค่าในการป้องกันฟันผุ รวมถึงความเป็นไปได้ สำหรับการขยายพื้นที่ดำเนินโครงการดังกล่าวนี้ ในประเทศไทยที่มีความชุกของโรคฟันผุสูง และปริมาณฟลูออไรด์ในนํ้าดื่มตํ่า

ก่อนดื่มนมฟลูออไรด์ เพื่อป้องกันฟันผุควรพิจารณาในเรื่องใดบ้าง

ในกรณีทั่วๆไป สำหรับเด็กที่ไม่มีโรคประจำตัว ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึมฟลูออไรด์ เช่นในโรคไต ซึ่งไม่ควรดื่มนมฟลูออไรด์ ก่อนดื่มนมฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ ควรพิจารณาในเรื่องต่อไปนี้ เพื่อให้ได้ผลดีโดยไม่เกิดผลเสีย ( ถ้ามีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โครงการนมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุในประเทศไทย )

1.อายุเด็ก 
 อายุน้อยกว่า 3 ปี ไม่ควรดื่มนมฟลูออไรด์
อายุ 3 – 6 ขวบ ไม่ควรดื่มนมฟลูออไรด์เกิน 1 ถุงต่อวัน
อายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป อาจดื่มได้ถึง 2 – 3 ถุงต่อวัน โดยปกติเด็กจะได้ดื่มนมฟลูออไรด์จากโรงเรียน  วันละ 1 ถุง

2.ประวัติการย้ายที่อยู่ ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร
         เนื่องจากในบางพื้นที่ของประเทศไทย จะมีฟลูออไรด์ในแหล่งนํ้าสูง เช่น ทางภาคเหนือ บางพื้นที่ของจังหวัด เช่น เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮองสอน การที่เด็กมีประวัติ การอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีฟลูออไรด์สูง อาจจะทำให้ช่วงนั้นเด็กได้รับฟลูออไรด์มากเกินไป

3.การแปรงฟันของเด็ก

        การแปรงฟันในเด็ก จะบอกถึงการดูแลทำความสะอาดฟัน เช่นแปรงฟันเมื่ออายุเท่าไร ถ้าเริ่มแปรงเร็ว ก็จะทำให้มีสุขภาพอนามัยช่องปากดี แปรงฟันวันละกี่ครั้ง ผู้ปกครองช่วยแปรงให้ หรือเด็กแปรงฟันเอง คือถ้าเด็กแปรงเองก็อาจจะไม่สะอาดพอ ( ในเด็กอายุตํ่ากว่า 5 ปี จะยังไม่มีทักษะในการแปรงฟัน เนื่องจากยังใช้มือได้ไม่ดีนัก ) ที่แนะนำคือ ควรให้เด็กเรียนรู้การแปรงฟัน ได้ตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้นในปาก ให้เด็กแปรงฟันให้สะอาด อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น และถ้าจะให้ดีควรแปรงฟันหลังอาหารกลางวันด้วย แต่ต้องเข้าใจว่า การแปรงฟันของเด็กอายุตํ่ากว่า 5 ปี โดยหลักการแล้ว เป็นการสร้างนิสัยที่ดีมากกว่าจะแปรงให้สะอาด ดังนั้นผู้ปกครองควรช่วยแปรงฟันให้เด็ก และตรวจความสะอาดให้ทั่วถึง อย่างน้อยวันละครั้ง

4. การใช้ยาสีฟัน
    – ยาสีฟันที่ใช้ ยาสีฟันที่ใช้เป็นชนิดที่ผสมฟลูออไรด์ หรือไม่มีฟลูออไรด์
– ปริมาณยาสีฟันที่ใช้ ขนาดยาสีฟันที่แนะนำ คือขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียว
– การกลืนยาสีฟัน
ในเด็กเล็ก มีแนวโน้มกลืนยาสีฟัน ซึ่งถ้าเป็นยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ผสมอยู่ และใช้ยาสีฟันมากเกินไป ก็อาจได้รับฟลูออไรด์ เกินกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสม

5. การได้รับฟลูออไรด์เสริม เพื่อป้องกันโรคฟันผุในรูปแบบอื่น
        เมื่อจะดื่มนมฟลูออไรด์ ควรงดฟลูออไรด์เสริมที่เป็นชนิดกิน เช่น ยาเม็ด หรือวิตามินฟลูออไรด์ เพราะอาจทำให้ได้รับฟลูออไรด์มากเกิน แต่การได้รับฟลูออไรด์เสริม ที่เป็นลักษณะการเคลือบที่ผิวของฟัน โดยใช้ฟลูออไรด์เข้มข้น หรือที่มักเรียกกันว่าเคลือบฟลูออไรด์นั้น ไม่มีผลให้ได้รับฟลูออไรด์มากเกินไป แต่อาจไม่มีความจำเป็น เพราะได้รับจากฟลูออไรด์แล้ว

6. พฤติกรรมการบริโภคอาหาร
        ลักษณะอาหารและพฤติกรรมการกิน มีส่วนต่อการเกิดฟันผุ โดยอาหารที่มีผลต่อการเกิดโรคฟันผุ จะขึ้นกับปัจจัยต่อไปนี้
1. ประเภทของอาหาร
อาหารประเภทแป้งและนํ้าตาล ที่มีลักษณะหวานเหนียว มีความยึดเกาะติดฟันของขนม หรืออาหารนั้น หรือใช้เวลาละลายในปากนานๆ เช่น ขนมขบเคี้ยว ขนมกรุบกรอบ ลูกอม กาละแม รวมไปถึงนํ้าหวาน นํ้าอัดลม มีโอกาสทำให้ฟันผุสูงกว่าอาหารประเภทอื่น แต่ถ้าเป็นผัก ผลไม้ที่เป็นเส้นใยขัดฟัน จะช่วยทำความสะอาดฟัน ช่วยลดการเกิดฟันผุได้ เป็นต้น
2. เวลาของการกิน
ความถี่บ่อย ในมื้ออาหารที่กิน จำนวนครั้งที่กิน รวมถึงการบริโภค ในระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งถ้ากินในมื้ออาหาร จะไม่มีผลเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ แต่ถ้าเป็นลักษณะ เป็นอาหารว่างกินระหว่างมื้อ นอกมื้ออาหารปกติ โดยเฉพาะถ้าเป็นแป้ง หรือนํ้าตาลด้วยแล้ว ก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุได้
3. รูปแบบของการกิน
ชอบกินอาหารหวาน โดยปรุงรสหวานเป็นนิสัย ก็จะเพิ่มความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคฟันผุได้ รวมทั้งการกิน อาหารที่เป็นแป้งแปรรูป ก็จะมีผลต่อการเกิดโรคฟันผุได้ มากกว่าปกติ
ชอบกินอาหารมันๆ จะช่วยลดการเกิดฟันผุได้ ( แต่อาจเกิดผลเสีย เป็นโรคจากไขมันมากเกินไปได้ )
อาหารที่กระตุ้นการหลั่งนํ้าลาย จะช่วยลดการเกิดฟันผุ
ชนิดของนํ้าตาลมีผลทำให้เกิดฟันผุแตกต่างกัน

7. การตรวจรักษาทางทันตกรรม
        การตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน อย่างสมํ่าเสมอโดยทันตแพทย์ จะมีผลต่อสุขภาพในช่องปากให้ดีได้ หรือลดความรุนแรงของการเกิดโรคได้

8. การดูดนมขวด
        แนะนำให้เลิกดูดนมจากขวด ตั้งแต่เด็กอายุประมาณ 2 ขวบ เพราะการดูดนมขวด ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุได้ โดยเฉพาะการให้ดูดแล้วนอนหลับ หรือดูดตอนนอนหลับ นอกจากนี้ยังมีผลต่อการพัฒนารูปปาก และฟันด้วยเมื่อตอนโตขึ้น ในเด็กบางคน ยังไม่สามารถเลิกดูดนมขวด แม้จะอายุ 3 – 5 ขวบแล้ว ซึ่งผู้ปกครองและครู ต้องทำความเข้าใจ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กให้เลิกดูดนม จากขวดจะดีที่สุด

มีข้อแนะนำในการเลือกใช้ยาสีฟันสำหรับเด็กอย่างไร

การเลือกใช้ยาสีฟัน สำหรับเด็กต้องคำนึงถึง วิธีใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมกับอายุเด็ก ในเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี ไม่แนะนำให้ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ แต่ในเด็กอายุ 3 – 6 ปี ให้ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ผสมอยู่ ( อาจเลือกใช้ยาสีฟันสำหรับเด็ก เพราะจะมีฟลูออไรด์ ผสมในปริมาณที่ตํ่ากว่าของผู้ใหญ่) แต่ครูหรือผู้ปกครองควรเป็นผู้บีบยาสีฟันให้ โดยยาสีฟันแค่ติดปลายขนแปรงพอชื้น จนถึงขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียว และกำชับอย่าให้กินยาสีฟัน

เด็กอายุเท่าไร จึงเปลี่ยนมาใช้ยาสีฟันผู้ใหญ่ได้

ตั้งแต่ 6 ปี ขึ้นไป เพราะสามารถควบคุมการกลืนได้

Advertisements

Posted on 30/06/2013, in Uncategorized. Bookmark the permalink. 1 ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: